ฟงอวิ๋น เล่ม 96

(จะ 100 เล่มอยู่แล้ว)

ต่อจากเล่มที่แล้ว ม่ออิงสงจงใจเข้าจู่โจมกุ๋ยหูเพื่อกระตุ้นให้อู๋หมิงแค้นจนอยากสู้ มี flashback เล็กน้อย ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วอาจารย์ของกุ๋ยหูก็คืออู๋หมิงนั่นแหละ

ผลการต่อสู้เป็นไปดังคาด กุ๋ยหูสู้ม่ออิงสงไม่ได้เลย ม่ออิงสงใช้พลังเพียงห้าส่วน แถมใช้แค่ 14 กระบวนท่าก็สยบกุ๋ยหูได้ แต่กุ๋ยหูไม่ยอมง่ายๆอาศัยพลังฮึดหมายแลกชีวิตกับม่ออิงสง

ภาพตัดมาที่เนี่ยฟง เนี่ยฟงจับได้ว่าหมอเทวดาแกล้งตาย เพราะหน้าตาหมอเทวดาดูปกติ และเดาว่าคนอย่างหมอเทวดาไม่น่าตายด้วยโรคปัจจุบันได้ เลยทาบฝ่ามือเพื่อใช้พลังกระตุ้นให้หมอเทวดาตื่น หมอเทวดาตื่น และให้เหตุผลว่ากำลังทดลองเรื่องความตาย เพราะสุดยอดของวิชาแพทย์ก็คือการควบคุมความตาย เนียฟงขอให้ไปรักษาปู้เทียนให้ และหมอเทวดาก็ยอมไปรักษาปู้เทียนให้ง่ายๆ เนี่ยฟงแม้สงสัยแต่ขี้เกียจคิดมาก นัดแนะไปกับหมอเทวดาแต่โดยดี

ตัดมาที่อู๋หมิงกับเสียวหยู (ภรรยาม่ออิงสง เพื่อนกับอู๋หมิงตอนเด็กๆ) อู๋หมิงมาคุยกับเสียวหยูเพื่อคลายความสงสัยว่าทำไมม่ออิงสงอยากสู้กับเขานัก สรุปแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่เข้าใจว่าเพราะม่ออิงสงเป็นมือกระบี่ ย่อมอยากทดสอบฝีมือกับสุดยอดมือกระบี่ด้วยกัน อู๋หมิงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีเพราะเห็นปลาในบ่อว่ายอย่างตกใจจึงบอกลาและจากมา

หมอเทวดาปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าเสี่ยวหยู พร้อมบอกว่ายอมรักษาให้ปู้เทียนเพื่อถ่วงเวลาเนี่ยฟงกับปู้จิ้งอวิ๋นไม่ให้มายุ่งกับการศึกในตำนานแล้ว ขอให้เสียวหยูรับปากที่จะถ่ายทอดวิชาเพลงกระบี่ไร้ฟ้าของม่ออิงสงให้กับหลานอู่ด้วย ที่แท้หมอเทวดายังพยายามสร้างสุดยอดนักรบเพื่อมาต่อกรกับปู้จิ้งอวิ๋นให้ได้อยู่นั่นเอง ฝ่ายเสียวหยูที่หวังจะทำยังไงก็ได้เพื่อระงับการศึกก็ตอบตกลงแต่โดยดี เพราะหวังจะผลักให้กลายเป็นการศึกของรุ่นศิษย์ ระหว่างหลานอู่ กับเสินฟงแทน (โดยถือเอาเองว่าเสินฟงเป็นศิษย์อู๋หมิง เพราะอู๋หมิงชี้แนะวิชาให้พักหนึ่งแล้ว)

ม่ออิงสงกลับมาหมู่บ้านตระกูลเฉิน (ที่พี่แกไปฝึกวิชากระบี่พิฆาตไร้ฟ้าตอนก่อนหน้านี้) ปรากฎว่าคนในหมู่บ้านฆ่ากันตายเกือบหมด เพราะฤทธิ์อำนาจจากพลังกระบี่พิฆาตไร้ฟ้าที่ม่ออิงสงทิ้งไว้บนผนังผา ม่ออิงสงไปเจอคู่เด็กพี่น้องคู่หนึ่งกำลังจะฆ่ากันเอง แต่คนพี่กลับไม่ลงมือด้วยความเป็นพี่น้อง ทำให้ม่ออิงสงคิดได้ว่าเพลงกระบี่ของเขาที่จริงยังมีเยื่อใยไมตรีอยู่ (ทำคนตายทั้งหมู่บ้านยังเฉยๆแฮะ เพลงกระบี่นี้น่าจะคล้ายๆกับเพลงกระบี่ของคู่ปรับหัวอิงสงที่เป็นซามูไรในเรื่องขี่พายุดาบเทวดา)

ตัดมาที่อี้ฟง จื่อลู่เอาอาหารมาให้ อี้ฟงหลอกให้จื่อลู่โกรธและเข้าทำร้ายอี้ฟง อี้ฟงอาศัยพลังของจื่อลู่ชักนำให้ตัวเองคลายจุดและเข้าจับตัวจื่อลู่ไว้ แต่ระหว่างนั้นเองจื่อลู่กลับเผยอยิ้มออกมา…

กลับมาที่ตำหนักจงหัว ปรากฎว่าม่ออิงสงเอาหัวของกุ๋ยหูมาผูกไว้ (ผูกทั้งหมวกเล้ยที่ปกติกุ๋ยหูใส่ไว้ปิดหน้า) สร้างความขวัญเสียให้ทุกคนรวมทั้งเสินฟง อู๋หมิงมาเห็นเข้าก็โกรธมาก จะเข้าไปเอาหัวกุ๋ยหูลงมา ปรากฎว่าม่ออิงสงยิงพลังทำลายหัวของกุ๋ยหูทิ้ง ว่าแล้วอู๋หมิงก็เข้าไปท้าสู้กับม่ออิงสงทันที

แต่ม่ออิงสงยังไม่ยอมสู้ บอกให้อู๋หมิงไปที่ดงไผ่ม่วงที่ม่ออิงสงสู้กับกุ๋ยหูก่อน เพราะกุ๋ยหูทิ้ง dying message เอาไว้ที่นั่น ว่าแล้วม่ออิงสงก็เดินจากมา ว่าแล้วอู๋หมิงหันไปเจอพระไร้ทุกข์แอบดูอยู่ในมุมมืด

ม่ออิงสงเดินออกมาเจอเสี่ยวหยูดักรออยู่ เสียวหยูบ่นว่าม่ออิงสงอำมหิตนัก ม่ออิงสงไม่สนใจ เพียงอยากให้อู๋หมิงเอาจริงเท่านั้น ว่าแล้วก็มีกองทัพนินจาที่ส่งมาจากแม่ทัพใหญ่มาแก้แค้นม่ออิงสง (มากันได้ไง) หลานอู่ที่หลบอยู่แล้วก็ออกมาช่วยต่อสู้สร้างผลงานเพื่อให้เข้าตาม่ออิงสง ม่ออิงสงไม่พูดอะไรเดินจากมา (สรุปแล้วเป็นหน้าม้าที่จ้างมาสู้สินะ)

อู๋หมิงตามไร้ทุกข์ไปยังวัดฌาณทักษิณ ทั้งคู่สนทนาธรรมกันอยู่ครู่นึงอู๋หมิงก็จากมา พร้อมคำลงท้ายของไร้ทุกข์ว่า “กระบี่หักได้ ใจคนหยั่งยาก ธรรมอันสูงสุดคือในอันปล่อยวาง”

อู๋หมิงจัดพิธ๊ศพให้กุ๋ยหู ว่าแล้วก็ไปดงไผ่ม่วงพร้อมกับเสินฟงเพื่อดู dying message ของกุ๋ยหู ที่แท้ก็คือร่องรอยเพลงกระบี่พิฆาตที่เกิดจากการต่อสู้นั่นเอง ภาพตัดกลับไปที่ตอนกุ๋ยหูพยายามแลกชีวิต แต่ม่ออิงสงหลบพร้อมบังคับเส้นผมเป็นกระบี่ทำลายแขนของกุ๋ยหูทั้งหมด และต่อ combo ด้วยเพลงกระบี่ “หมื่นกระบี่ซ่อนคม” จนอู๋หมิงคิดว่าร่างกายของกุ๋ยหูคงถึงกับแหลกเหลว ว่าแล้วอู๋หมิงก็เริ่มร่ายรำกระบี่ ต่อสู้กับม่ออิงสงในจินตนาการ พลังกระบี่ฟ้าชักนำให้พลังกระบี่พิฆาตที่ยังหลงเหลืออยู่ออกมาจนเกิดเป็นลมพายุหอบใหญ่

เสินฟงถึงกับลมปราณปั่นป่วนพอลมสงบลง เสินฟงจึงนั่งลงปรับลมปราณ ทันใดนั้นเองเสินฟงก็รู้สึกเหมือนมีนิมิต เหมือนกับว่าอู๋หมิงกับมาปรากฎภายในลมปราณทะเลไร้ประมาณของเขา

ภาพตัดมาที่ม่ออิงสงซึ่งยืนอยู่ริมทะเล ม่ออิงสงก็เกิดนิมิตเหมือนคลื่นของทะเลเป็นอู๋หมิงมาท้าสู้กับเขา ม่ออิงสงจึงชักกระบี่เข้าต่อสู้ทันที การต่อสู้กับระหว่างสองยอดมือกระบี่จึงเกิดขึ้นภายในลมปราณทะเลไร้ประมาณของเสินฟง
อู๋หมิงชักนำให้ม่ออิงสงใช้เพลงกระบี่ “หมื่นกระบี่ซ่อนคม” ขึ้น ปรากฎว่าอู๋หมิงแพ้ แขนเสื้อของอู๋หมิงขาด ส่วนอู๋หมิงในนิมิตของม่ออิงสงก็กระเด็นตกน้ำไป ม่ออิงสงรู้สึกผิดหวังนักที่อู๋หมิงมีพลังเพียงเท่านี้ แต่เขาก็รำพึงว่าเป็นเพราะข้อจำกัดบางอย่างของร่างกาย ว่าแล้วม่ออิงสงก็เดินจากไป

(ตรงนี้ผมเข้าใจว่า อู๋หมิงต่อสู้กับรอยกระบี่และพลังกระบี่พิฆาตไร้ฟ้าที่เหลืออยู่ เสินฟงปรับลมปราณทะเลไร้ประมาณตามอู๋หมิง พลังของเสินฟงดูเหมือนจะมีผลกับทะเลจริงๆ ทำให้ม่ออิงสงซึ่งบังเอิญอยู่ที่ชายหาดมีนิมิต สรุปคือม่ออิงสงจริงๆแล้วต่อสู้กับเสินฟง ที่ปรับลมปราณเดินตามพลังกระบี่ของอู๋หมิงที่อยู่ข้างๆ ส่วนที่อู๋หมิงแขนเสื้อขาดเพราะต่อสู้กับพลังกระบี่ที่หลงเหลือของม่ออิงสง)

ตัดมาที่อี้ฟง สรุปแล้วจื่อลู่เพียงแต่ทดสอบอี้ฟงว่าจะหาทางรอดมาจากการจองจำได้ไหม เพราะม่ออิงสงคิดไว้แล้วว่าหากอี้ฟงหนีไม่ได้ก็จะจัดการซะ เมื่ออี้ฟงหนีได้ จื่อลู่ก็พาไปหาม่ออิงสง กลับไปเจอว่าม่ออิงสงแขนขาด และหลานอู่กำลังจะเข้าจู่โจมม่ออิงสง

ที่แท้ม่ออิงสงกลับมา เตรียมจะไปทำศึกกับอู๋หมิง เสียวหยูมาพยายามห้ามไว้ โดยให้เหตุผลว่าให้เป็นศึกรุ่นศิษย์แทน โดยให้เสินฟงมาสู้กับหลานอู่ ม่ออิงสงสงสัยว่าหลานอู่จะไม่มีไมตรีกับเสินฟงที่เป็นน้องเลยหรือ หลานอู่ให้เหตุผลว่าเขาทั้งสองสืบทอดพลังดีและร้ายจากต้วนล่างมาอย่างละส่วนจึงเหมือนน้ำไฟไม่เข้ากัน ว่าแล้วม่ออิงสงก็ตอบปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่าเพลงกระบี่พิฆาตไร้ฟ้าของเขาต้องอาศัยเยื่อใยไมตรีชักนำจึงใช้ออกได้ หลานอู่ไม่มีไมตรีกับใครจึงไม่ครู่ควร ว่าแล้วลุงม่อก็ฟันแขนตัวเองทิ้ง ด้วยเหตุผลว่าจะทำให้การศึกของเขากับอู๋หมิงทัดเทียมกัน (??) หลานอู่โดนปฏิเสธ แถมเห็นชัดว่าม่ออิงสงไม่ยอมเห็นดีกับไอเดียสู้ด้วยศิษย์ ก็เลยโกรธมาก ควงดาบยักษ์เข้าไปหาม่ออิงสงหมายจะทำร้าย

อี้ฟงเข้ามาขวางหลานอู่ทันที ม่ออิงสงใช้พลังผลักใสหลานอู่ออกไป ว่าแล้วก็ตามอี้ฟงให้ตามมาเพราะจะคุยด้วย หลานอู่เห็นไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ก็จากไป

ที่แท้ม่ออิงสงสนใจกับเพลงท่าสุดท้ายของเพลงดาบราชันย์อสูรของอี้ฟง เพราะอี้ฟงยังไม่บรรลุถึงที่สุด จึงอยากช่วยให้อี้ฟงบรรลุวิชาก่อนจากไป ว่าแล้วม่ออิงสงก็ร่ายรำเพลงกรบี่พิฆาตไร้ฟ้าออกมาให้อี้ฟงชมง่ายๆ เพื่อกระตุ้นให้อี้ฟงบรรลุท่าสุดท้ายของพลังราชันย์อสูร

ตัดมาที่เสินฟงกับอู๋หมิง อู๋หมิงศึกษาเพลงกระบี่เสร็จสิ้นพร้อมจะไปทำศึกกับม่ออิงสงแล้ว ก่อนไปก็สอบถามสภาพของเสินฟง เสินฟงร่ายรำกระบวนท่าเพลงกระบี่ที่ได้จากการศึกษาที่เจดีย์ (ไหนหว่า เข้าใจว่าเป็นถ้ำกิเลนนะ) ซึ่งผสานกับพลังทะเลไร้ประมาณของเขาให้อู๋หมิงดู อู๋หมิงพอใจมากและรู้สึกไม่ติดค้างอะไรอีก เสินฟงก้มลงกราบอู๋หมิงที่กำลังเดินจากไปพร้อมเรียกเขาว่า “อาจารย์”

ว่าแล้วเสินฟงก็เดินกลับไปที่บ้านน้อยในดงไผ่ม่วงที่อู๋หมิงอาศัยอยู่กับกุ๋ยหู (?? ดงไผ่”ม่วง”? อู๋หมิงอยู่กับกุ๋ยหู????) และนั่งรอคนที่ไม่สมควรจะกลับมาแล้วให้กลับมา
อู๋หมิงรุดไปเคารพสุสานมารดาแท้และมารดาบุญธรรมก่อน ปรากฎว่าเจอม่ออิงสงยืนรออยู่ แถมยังใช้เพลงกระบี่แยกสุสานออกจากกันเป็นเครื่องหมายของการตัดสัมพันธ์ ว่าแล้วก็บอกลาอู๋หมิงพร้อมบอกว่าจะไปรอที่สุสานกระบี่

ตัดมาที่อี้ฟงซึ่งกำลังเดินทางไปหมู่บ้านตระกูลเฉิน เด็กพี่น้องคู่ที่เคยพยายามฆ่ากันกำลังทำศพให้คนในหมู่บ้านอยู่ อี้ฟงเดินไปหลังหมู่บ้านเพื่อดูร่องรอยเพลงกระบี่พิฆาตไร้ฟ้าของม่ออิงสง ว่าแล้วอี้ฟงก็เรียกให้หลานอู่ที่ตามมาให้ปรากฎตัว พร้อมท้าสู้หมายแก้แค้นให้เถ้าแก่อี้ผู้เป็นพ่อบุญธรรม โดยแข่งกันศึกษาวิชาเพลงกระบี่ไร้ฟ้าจากรอยกระบี่ ใครเสร็จก่อนก็ใช้อีกฝ่ายทดสอบพลัง พูดพึ่งจบอี้ฟงก็ทำลายรอยกระบี่ทิ้งทันทีพร้อมบอกว่าเขาสำเร็จท่าสุดท้ายของเพลงดาบราชันย์อสูรแล้ว ปล่อยให้หลานอู่ยืนอึ้งอยู่

ฝั่งอู๋หมิงและม่ออิงสงต่างรุดเดินทางไปสุสานกระบี่ อู๋หมิงดื่มด่ำกับธรรมชาติ พร้อมแวะนี่แวะนั้นทิ้งวิชาความรู้ที่มีมาไว้ราวกับว่าจะเป็นการสั่งลา อู๋หมิงเจอกับหมอดูกึ่งเทวะที่เคยดูดวงให้ตอนเด็กๆว่าจะเป็นยอดมือกระบี่ หมอดูบอกว่าชีวิตคนนั้นจำกัดแต่ศาสตร์กระบี่นั้นยืนยาว ว่าแล้วอู๋หมิงก็จากมา ส่วนม่ออิงสงทำตรงข้าม เดินทางโดยไม่สนใจสิ่งรอบกายทุกอย่าง แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจของม่ออิงสงไป นั่นคือภาพของเด็กพี่น้องแห่งหมู่บ้านตระกูลเฉินที่วิ่งผ่านไป ม่ออิงสงเกิดสงสัยว่าเด็กทั้งสองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

กลับมาที่เสินฟง คนที่เสินฟงรออยู่กลับมาแล้ว เสินฟงรู้ว่าเขายังไม่ตายเพราะยังรู้สึกถึงไออุ่น (ในดงไผ่ “ม่วง”) ของเขา เขาคือใครกัน?

ตัดมาที่สุสานกระบี่ เสียวอู่มานั่งรอเพื่อบันทึกการต่อสู้อันสุดขอดของสองมือกระบี่แห่งประวัติศาสตร์ ภาพ flashback ไปยังต้นกำเนิดของสุสานกระบี่ กระบี่วีรชนทั้งสองเล่มถูกสร้างขึ้นที่นี่โดยยอดมือกระบี่โบราณ เหล่ายอดมือกระบี่ในแต่ละยุคต่างต้องการยลโฉมของกระบี่วีรชนจึงพากันมาดูทีนี่ เมื่อพบกับกระบี่วีรชนก็รู้สึกว่ากระบี่ของตนนั้นไร้ค่าจึงพากันทิ้งกระบี่ของตัวเองไว้ที่นี้ เมื่อเวลาผ่านไปกระบี่จำนวนมากจึงถูกทิ้ง ราวกับว่าเป็นลูกกำพร้า รังสีกระบี่จากเหล่ายอดกระบี่ที่ถูกทิ้งทำให้สถานที่นี้กลายเป็นแดนต้องสาบ สถานที่นี้จึงถูกขนานนามว่าเป็น “สุสานกระบี่”

แต่อยู่ๆก็มีบุคคลปริศนาปรากฎตัวขึ้นบนสุสาน คนผู้นั้นคือ “ทัณฑ์กระบี่” ยอดมือกระบี่ผู้ไม่มีใจกระบี่เลย หมายจะรอต่อกรกับอู๋หมิงและม่ออิงสง

ทัณฑ์กระบี่ปรากฎตัวขึ้นเพียงแว่บเดียวก็ใช้วิชาตัวเบาเหยียบกระบี่จากไปราวกับวิญญาณ แม้แต่เสี่ยวอู่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ สนิมที่เกาะเหล่ากระบี่ที่ทัณฑ์กระบี่เหยียบต่างร่วงโรย และพัดโชยรวมกันราวกับพายุ ทันใดนั้นเองก็มีแสงสาดส่องออกไป อู๋หมิงและม่ออิงสงปรากฎตัวขึ้นกลางวงกระบี่และตรงเข้าห้ำหั่นกัน! ผลการต่อสู้ปรากฎขึ้นภายในเสียววินาทีด้วยภาพของกระบี่ทั้งคู่ต่างแทงทะลุอกของทั้งสอง!! ว่าแล้วภาพนิมิตก็หายไป (มุขเดิมอีกล่ะ) ที่แท้แม้ทั้งสองยังมาไม่ถึง แต่ความฮึดสู้ของทั้งสองมาถึงแล้ว เหล่าหมื่นกระบี่กำพร้าต้างหลีกทาง แหวกพื้นที่เป็นลานกว้างเพื่อรออู๋หมิงและม่ออิงสง

ยามเที่ยง อู๋หมิงรุดมาถึงที่ประลองตามนัดหมาย ฝั่งม่ออิงสงกลับนั่งอยู่ริมผา โดยมีเด็กสองพี่น้องจ่อกระบี่กับคอของเขาอยู่ ไฉนยอดมือกระบี่เช่นม่ออิงสงกลับมานั่งอยู่ที่นี่ยอมให้เด็กทั้งสองจ่อกระบี่มาที่เขา?

ผู้คนต่างหลั่งไหลมาหมายยลการประลองในตำนานรวมทั้งเจี้ยนเฉินผู้หมายจะมีใจกระบี่พิฆาต และหลงเอ๋อ เซียนกระบี่กลับชาติมาเกิดผู้สำเร็จเพลงกระบี่ยี่สิบสาม พร้อมทั้งภรรยาสาวชาวญี่ปุ่นของเขา ทันใดนั้นเองก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้น ทัณฑ์กระบี่เจ้าของเสียงปรากฎขึ้นหลังอู๋หมิงด้วยความเงียบงัน ทัณฑ์กระบี่ฟาดกระบี่ยักษ์ของเขาลงใส่อู๋หมิง อู๋หมิงหลบได้หวุดหวิดพร้อมหันหลังไปเผชิญหน้ากับทัณฑ์กระบี่

อู๋หมิงไม่เคยพบทัณฑ์กระบี่มาก่อนแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยนัก แม้แต่ผู้ชมการประลองต่างรู้สึกเหมือนเคยพบทัณฑ์กระบี่มาก่อน แต่พากันแปลกใจที่ไม่มีใครจำยอดมือกระบี่ผู้นี้ได้เลย ทัณฑ์กระบี่มีท่าทีคลุ้มๆคลั่งๆเดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวหัวเราะ เข้าไปท้าสู้กับอู๋หมิงทันที อู๋หมิงยังไม่ยอมสู้ด้วยเต็มๆ หวังชักนำให้ทัณฑ์กระบี่ใช้เพลงกระบี่ออกมาเพื่อวิเคราะห์ที่มาของคู่ต่อสู้ ว่าแล้วทัณฑ์กระบี่ก็ใช้พลังชักนำกระบี่ทั้งหมื่นเล่มที่อยู่ที่นั้น และชักนำกระบี่ทั้งหมื่นเล่มใช้ออกด้วยท่า “คับแค้นร่วมศัตรู” ใส่อู๋หมิง

ตัดมาที่อี้ฟงซึ่งประมือกับหลานอู่อยู่ แม้อี้ฟงจะบรรลุเพลงดาบราชันย์อสูร แต่หลานอู่ผู้มีพลังทำลายเทวะและเพลงดาบยักษ์ก็สามารถต่อกรได้อย่างสูสี อี้ฟงพลาดโดนเพลงเตะของหลานอู่ จึงรวบรวมพลังหมายใช้ท่าไม้ตาย หลานอู่รวบรวมพลังใช้ออกด้วยเพลงดาบฟ้าคราม สร้างเป็นหวังวงดาบยักษ์ อี้ฟงเห็นจุดอ่อนจึงแทรกดาบอสูรเข้าไปยังจุดอ่อนทำร้ายหลานอู่เสียหลัก แต่พลังอันรุนแรงของเพลงดาบฟ้าครามก็ชักนำจนอี้ฟงเสียหลัก หลานอู๋เห็นจังหวะจึงเข้าไปต่อยอี้ฟงจนกระเด็นไป เหตุใดอี้ฟงซึ่งสำเร็จยอดวิชาแถมได้รับการชี้แนะจากม่ออิงสงกลับพ่ายแพ้ให้กับหลานอู่

เล่มนี้เนื้อหาโดยรวมๆก็คืออรัมภบทก่อนการต่อสู้ระหว่างอู๋หมิงกับม่ออิงสง สรุปความง่ายๆได้ว่า กำลังจะสู้กันแล้วนะ และเหมือนจะปูเรื่องให้กับรุ่นต่อไปอย่าง อี้ฟง เสินฟงอย่างเต็มๆ ดูท่าทางแล้วอู๋หมิงคงกำลังจะสิ้นอายุ ผมเดาว่าคำว่าจบช่วงนี้แล้วอู๋หมิงน่าจะหมดบทบาท (อาจจะไม่ถึงกับตาย) ลงไป ส่วนกุ๋ยหูผมเดาว่ายังไม่ตาย เพราะไม่งั้นม่ออิงสงคงไม่ต้องทำลายหลักฐานทิ้ง แต่เงาร่างของ “ไออุ่น” ที่เสินฟงรู้สึกก็ดูไม่ค่อยเหมือนกุ๋ยหูนะ แต่ทำไมยังไม่ตายล่ะ? ม่ออิงสงมีจุดประสงค์อะไรกันแน่? และทำไมต้องตัดแขนด้วย?

พฤศจิกายน 9, 2008. ฟงอวิ๋น, manga, Uncategorized.

ให้ความเห็น

Be the first to comment!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback URI

%d bloggers like this: